วันพุธ, พฤษภาคม 22, 2024

7ขนมไทย ขนมไทยที่มีชื่อเสียง และความอร่อยเป็นเอกลักษณ์

7ขนมไทย ขนมไทยที่มีชื่อเสียง และความอร่อยเป็นเอกลักษณ์

7ขนมไทย มาทำความรู้จักขนมไทยให้มากขึ้น เพราะเป็นขนมโบราญที่สื่บทอดกันมาอย่างยาวนาน

7ขนมไทย สำหรับปัจจุบันนี้ ขนมไทยเป็นขนมที่ผู้คนให้ความสนใจ และให้การชื่นชอบเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเป็นรสชาติจะมีความหอมหวาน อร่อยแบบละมุน ละไม นุ่มนวน มีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งขนมแต่ล่ะชนิด จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าใครจะชื่นชอบแบบไหนมากกว่า

เมนูของหวานไทยโบราณ มาดูกันว่าขนมไทย มีอะไรบ้าง และแต่ล่ะขนม จะน่ารับประทานขนาดไหน ซึ่งเชื่อว่าขนมไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก การเลือกทานขนมไทย จะมีทั้งขนมที่รสชาติหวานมากๆ และแบบวหวานน้อย มีกลิ่นหอมของสมุนไพรต่างๆ ที่หอม และ แปลกออกไปแตกต่าง ใครได้ทานแล้วจะติดใจ เพราะความอร่อยมากๆ fun88

7ขนมไทย

1 ขนมฟักทอง ขนมฟักทอง ขนมไทยยอดนิยม ไม่แพ้ขนมไทยชนิดอื่นๆ ตัวเนื้อขนมจะมีการใส่ฟักทองลงไป คลุกเคล้ากับส่วนผสมอื่นๆ จนได้ออกมาเป็นเนื้อสีเหลืองสวย เคี้ยวหนุบหนับเพลินๆ รสชาติจะมีความหอมของงฟักทอง และได้กลิ่นกระทิ มีความมันในตัวของขนม และส่วนผสมอื่นๆ อีกด้วย

มาดูส่วนผสม และวิธีทำขนมฟักทองกันเถอะ ส่วนผสมหลักที่ใช้ทำขนมฟักทอง ก็จะมีดังนี้  ◆ฟักทอง 500กรัม (ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นๆ) ◆แป้งข้าวเจ้า 1ถ้วย ◆แป้งมันสำปะหลัง 1/4ถ้วย ◆มะพร้าวขูด 50กรัม ◆น้ำตาลทราย 1ถ้วย ◆เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ◆กะทิ 1ถ้วย ◆ถ้วยตะไล (สำหรับนึ่ง) วิธีทำขนมฟักทอง

ขั้นตอนการทำขนม นำฟักทองไปนึ่งจนสุกแล้วนำออกมาพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท ใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งมันสำปะหลังลงในฟักทองที่นึ่งสุกแล้ว จากนั้นนวดผสมให้เข้ากัน ใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไปนวด จากนั้นค่อยๆ เติมกะทิลงไปคนผสมจนเข้ากันดีและน้ำตาลทรายละลายหมด ตักส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลประมาณ 3/4 ของถ้วย จากนั้นนำไปนึ่ง (ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด) ประมาณ 15-20นาที นึ่งจนแป้งสุกและใส ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น แคะขนมออกจากถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

7ขนมไทย

 

7ขนมไทย มาทำความรู้จักขนมไทยให้มากขึ้น กับขนมที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในไทย

2 ขนมกล้วย มีใครรู้จัก และเคยทานไหม ? ขนมกล้วยเป็นขนมที่ทำงาน และมีประโยชน์มากๆ อีกด้วย หรือมีใครจะไม่รู้ว่ากล้วยสามารถที่จะแปรรูปให้เป็ยขนมที่แสนอร่อยได้ มาฟังทางนี้เลย รูปของหวานไทย บางคนมีกล้วยแต่ทันทานไม่หมด เพราะกล้วยสุกงอมเร็วมากๆ มาทุก วันนี้มาแปรรูปกล้วยน้ำว้าให้เป็นขนมกล้วย ขนมไทยสุดอร่อย เนื้อนุ่มเหนียว

มรรสชาติหวานกำลังดี มีรสสัมผัสของกล้วยกันดีกว่า ทำง่ายๆ ใช้ใบตอง หรือถ้วยตะไลก็ได้ ใช้เวลานึ่งประมาณ 20นาที ก็เสร็จ ส่วนผสม ขนมกล้วย ◆กล้วยน้ำว้าสุก (บดละเอียด) 500กรัม ◆น้ำตาลทราย 100กรัม ◆เกลือป่น 1 ช้อนชา ◆แป้งข้าวเจ้า 100กรัม ◆แป้งมันสำปะหลัง 5 ช้อนโต๊ะ ◆หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร ◆มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ◆ใบตองสำหรับห่อ (ถ้าไม่มีใบตองสามารถใช้ถ้วยตะไลได้)

มาดูวิธีการทำขนมกล้วยกันเถอะ ทำง่ายมาก และได้ประโยชน์อีกด้วย ผสมกล้วยน้ำว้ากับน้ำตาลทราย เกลือป่น แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง หัวกะทิ และมะพร้าวขูด คนผสมให้เข้ากันดี ตักส่วนผสมขนมกล้วยลงบนใบตอง แผ่บางๆ หรือจะทำเป็นทรงกรวยห่อเป็นทรงให้สวยงาม (หรือตักใส่ถ้วยตะไล) วางเรียงบนชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด นึ่งประมาณ 20 นาทีจนขนมสุก จากนั้นนำออกจากชุดนึ่ง พร้อมเสิร์ฟ

3 ขนมเข่ง ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่จำเป็น ต้องรอให้ถึงวันตรุษจีน ก็ทำขนมเข่งไว้ทานได้ เพียงแค่มีส่วนผสมต่างๆ ได้แก่ แป้งข้าวเหนียว น้ำสะอาด น้ำตาลปี๊บ และมะพร้าวขูด ที่สำคัญต้องมีกระทง สำหรับหยอดขนมไว้ให้เรียบร้อย สูตรนี้แป้งเหนียวนุ่ม รสชาติหวานน้อย มีรสสัมผัสของมะพร้าวขูด เป็นขนมที่หนึบๆ อร่อย ทำให้อิ่มท้องด้วย

มาดูส่วนผสมกัน ส่วนผสม ขนมเข่ง ◆แป้งข้าวเหนียว 1กิโลกรัม ◆น้ำสะอาด 1ถ้วย ◆น้ำตาลปี๊บ 1กิโลกรัม ◆มะพร้าวขูด 300กรัม ◆กระทงสำหรับใส่ขนม ◆น้ำมันพืชสำหรับทากระทง ขั้นตอนวิธีทำขนมเข่ง ทากระทงด้วยน้ำมันพืชให้ทั่ว เตรียมไว้ นวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำจนแป้งนุ่ม จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บลงนวดให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ใส่มะพร้าวขูดลงคนผสมให้เข้ากัน ตักใส่กระทงประมาณ 3/4 ของกระทง วางขนมเรียงลงในชุดนึ่ง จากนั้นนำไปนึ่งด้วยไฟแรงที่มีน้ำเดือด นานประมาณ 1/2 ชั่วโมง ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น ใช้กรรไกรตัดเจียนกระทงที่เกินออกให้พอดีกับขนม พร้อมเสิร์ฟ

ขนมไทยเป็นเสน่อย่างยิ่ง ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร แถมอร่อยด้วย

3 สังขยาฟักทอง เป็นขนมที่มีความหอม อร่อม หวานมันมากๆ แต่มีกลิ่นของฟักทอง และก็ไข่ไก่ กับกะทิ ต่อไปนี้ถ้าต้องการกินขนมไทยอย่างสังขยาฟักทองไม่ต้องซื้ออีกแล้ว ของว่างไทย ง่ายๆ ลองหันมาทำเองง่ายๆ แค่เตรียมฟักทองลูกเล็กๆ ไว้เท่านั้น ต่อมาก็ใช้มีดเจาะไปที่ขั้วฟักทองออกให้เป็นฝา จากนั้นคว้านเอาไส้ออกจนหมด และกรอกส่วนผสมไข่ลงไป

ตามด้วยโรยฝอยทอง นำไปนึ่งประมาณ 30นาที เมื่ออยากจะกินก็ตัดเป็นชิ้น พร้อมเสิร์ฟ ส่วนผสม สังขยาฟักทอง ◆ฟักทองลูกเล็ก 1 ลูก ◆ไข่ไก่ 8 ฟอง ◆น้ำตาลปี๊บ 100กรัม ◆หัวกะทิ 1ถ้วย ◆ฝอยทอง (สำหรับหยอดหน้า)  วิธีทำสังขยาฟักทอง ใช้มีดเจาะไปที่ขั้วฟักทองออกให้เป็นฝา จากนั้นคว้านเอาไส้ออกจนหมดแล้วนำไปล้างให้สะอาด เตรียมไว้

ผสมไข่ไก่กับน้ำตาลปี๊บ และหัวกะทิให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นำไปกรองผ่านตะแกรง จากนั้นเทใส่ลงในผลฟักทอง โรยฝอยทองด้านบน ใส่สังขยาฟักทองลงชามกระเบื้องขนาดพอดีกัน จากนั้นนำไปนึ่งในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด นานประมาณ 30-40นาที หรือจนฟักทองสุก ยกออกจากชุดนึ่ง พักไว้จนเย็น ตัดเป็นชิ้น พร้อมเสิร์ฟ

4 ตะโก้ ขนมไทยใส่กะทิอย่างตะโก้ ขนาดเล็กพอดีคำ น่าจะถูกใจเพื่อนๆ หลายคน ด้วยความหวานมัน และไส้แห้วที่กรุบกรอบ ทำให้อยากลิ้มลองสุดๆ ใครสนใจอยากลองทำตะโก้ แวะเข้ามาจดสูตรได้เลย แจกฟรี เอาไปทำกินเอง หรือจะเอาไปค้าขายก็ได้เช่นกัน เพราะส่วนผสมที่น้อย และทำง่าย สามารถทำเองที่บ้านได้

ส่วนผสม หน้ากะทิ ◆แป้งข้าวเจ้า 1/4ถ้วยตวง ◆กะทิ 2ถ้วยตวง ◆เกลือป่น 1 ช้อนชา ส่วนผสม ตะโก้ ◆น้ำเปล่า 1ถ้วย ◆น้ำตาลทราย 1 1/2ถ้วย ◆แป้งข้าวเจ้า 1/2ถ้วย ◆แป้งมันสำปะหลัง 1/4ถ้วย ◆แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ ◆น้ำลอยดอกมะลิ 2ถ้วย (หรือน้ำสะอาด 2ถ้วย ผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา)

◆น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ ◆แห้วต้มสุก (หั่นเต๋าเล็ก) 1ถ้วย ◆กระทงใบเตยสำหรับใส่ขนม วิธีทำหน้ากะทิ ใส่แป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือป่นลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟใช้ความร้อนปานกลาง คนผสมจนข้นและเหนียว ยกลงจากเตา เตรียมไว้หยอดลงบนขนมตะโก้ วิธีทำตะโก้  ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลาย

ต้มจนเดือด และเหนียวเป็นน้ำเชื่อม พักไว้จนเย็น ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แป้งถั่วเขียว น้ำลอยดอกมะลิ และน้ำใบเตยจนละลายเข้ากันดี เทใส่ลงในส่วนผสมน้ำเชื่อม กวนผสมจนแป้งสุกเหนียว และใส จากนั้นใส่แห้วลงคนผสมให้เข้ากัน ยกลงจากเตา ตักใส่กระทงใบเตยที่เตรียมไว้ประมาณ 3/4 ของกระทง ตามด้วยหน้ากะทิจนเต็มพิมพ์ พักทิ้งไว้จนอุ่น จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

การทำขนมไทยเป็นเรื่องง่าย และสามารถที่จะทำได้ง่าย ครัวในบ้านของตัวเอง

5 กล้วยบวชชี เมนูกล้วยบวชชี ขนมไทยทำง่าย ใช้กล้วยน้ำว้าห่ามลงไปต้มในน้ำเดือด แล้วนำไปใส่ในหม้อที่มีส่วนผสมกะทิ ปรุงรสชาติให้ถูกปาก ทำครั้งเดียวแบ่งกินได้ทั้งครอบครัว หรือจะทำขายก็ได้กำไรงามเช่นกัน ส่วนผสม กล้วยบวชชี ◆กล้วยน้ำว้าห่าม 8 ลูก ◆หางกะทิ 500 มิลลิลิตร ◆ใบเตย 2 ใบ ◆น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ ◆น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ ◆เกลือปริมาณเล็กน้อย ◆หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร

วิธีทำกล้วยบวชชี ต้มกล้วยในน้ำเดือด นานประมาณ 3-5นาที จนผิวกล้วยเริ่มแตกออก ตักขึ้น ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ต้มหางกะทิกับใบเตยจนเดือด ใส่กล้วย ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มจนเดือดอีกครั้ง ใส่หัวกะทิลงไป ต้มจนเดือดประมาณ 3นาที ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

6 ข้าวเหนียวสังขยา ความหอมหวานของเนื้อสังขยาที่โปะอยู่บนหน้าข้าวเหนียวทำให้กินแล้วอร่อยลงตัวสุด ๆ แต่ครั้นจะไปซื้อมากินบ่อย ๆ ก็คงไม่มีเวลาขนาดนั้น ถ้าหากชอบเข้าครัวอยู่แล้วลองมาทำข้าวเหนียวสังขยาสูตรจาก คุณโอน่าจอมซ่าส์กันหน่อยดีกว่า ทำง่ายกว่าที่คิดเยอะ แยกเป็นสูตรข้าวเหนียวมูนและสังขยาไข่ เมื่อทำเสร็จแล้วเอามากินพร้อมกัน อร่อยเหาะไปเลย

ส่วนผสม สังขยาไข่ ◆ไข่เป็ด 3 ฟอง ◆กะทิ 1/2 กระป๋อง ◆ใบเตย 3-4 ใบ ◆น้ำตาลปึก 4 ก้อน ส่วนผสม ข้าวเหนียวมูน ◆ข้าวเหนียวตรางู ◆กะทิ ◆สารส้ม ◆น้ำตาลทราย ◆เกลือป่น ◆ใบเตย วิธีทำสังขยาไข่ ตอกไข่และน้ำตาลปึกใส่ชาม ใส่ใบเตยลงไป ใช้มือขยำให้น้ำตาลละลาย โดยใช้ใบเตยช่วย (สวมมือลงในถุงพลาสติกขณะขยำ)

เติมกะทิ คนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางใส่ในถ้วย ชาม หรือถาดก้นลึก นำขึ้นนึ่งในหม้อน้ำเดือด ใช้ไฟแรงเปิดฝาขณะนึ่งจนสุกใช้ เวลาประมาณ 45นาที (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะ) เสิร์ฟกับข้าวเหนียวมูน วิธีทำข้าวเหนียวมูน แช่ข้าวเหนียวในน้ำกวนสารส้ม 5นาที แล้วเทน้ำออก จากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืน ทั้งนี้

หากอยากได้ข้าวเหนียวสีสันต่าง ๆ ให้ผสมสีผสมอาหาร หรือสีจากธรรมชาติลงไปในน้ำด้วย เมื่อครบเวลาให้เทน้ำออกแล้วนำเข้าเหนียวไปนึ่ง ตั้งไฟแรงจนสุก พักไว้ ตั้งหม้อใส่กะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น และใบเตยลงไป ต้มพอเดือด นำไปเทใส่ข้าวเหนียว แล้วคนกันให้ทั่ว ปิดฝาพักไว้ประมาณ 10-15นาที และคนข้าวเหนียวอีกครั้ง ตักข้าวเหนียวใส่จาน เสิร์ฟพร้อมสังขยา

ขนมไทยเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นจริงๆ สำหรับนักชิมขนม ขนมไทยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

7 ขนมชั้นใบเตย เคยไหม ? ซื้อขนมชั้นใบเตยรับประทานแล้วรสจืดจาง ไม่หอมหวานมัน เกือบจะต้องการเขวี้ยงทิ้งแม้กระนั้นแอบเสียดายเงินเลยจะต้องจำทนฝ่าฝืนรับประทาน แม้กระนั้นถ้าได้ลองทำขนมชั้นใบเตย สมาชิกเว็บยูทูบดอทคอม จะพบเนื้อคู่ ไม่ใช่ๆจะพบรสที่อร่อยในบัดดล เนื้อเหนียวนุ่ม รสหวานหอมกลิ่นใบเตย หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดิบพอดีคำ จับใส่ปากตนเอง หรือคนด้านข้างได้เลย ถ้าหากจะทำขายก็เอาใส่ถุงก๊อบแก๊บ หรือใส่กล่องพลาสติกให้เกิดความงดงาม การันตีว่า สวยนี้รวมทั้งรสอร่อยขนาด ลูกค้าจะไหลมาเทมาเชียวจ้ะ

ส่วนประกอบ ขนมชั้นใบเตย ◆น้ำตาล 2 1/2ถ้วย ◆น้ำกะทิ 4ถ้วย ◆แป้งข้าวเจ้า 1/2ถ้วย ◆แป้งมันสำปะหลัง 1/2ถ้วย ◆แป้งท้าวยายม่อม 1+1/2ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว) ◆น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2ถ้วย ◆น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2ถ้วย ◆ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งของหวาน (ขนาด 10×10 นิ้ว หรือ 8×8 นิ้ว)

กระบวนการทำขนมชั้นใบเตย ใส่น้ำตาลแล้วก็น้ำกะทิลงในหม้อ คนผสมกันไปจนกว่าจะเข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางราว 5นาที จนกระทั่งน้ำตาลละลาย (ไม่ต้องรอคอยให้เดือด) ชูลงจากเตา พักทิ้งเอาไว้จนกระทั่งเย็น นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ราว 15นาที ตระเตรียมไว้ ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แล้วก็แป้งยายม่อมเข้าด้วยกัน เบาๆ

เทส่วนประกอบกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้ถูกกันเป็นเนื้อเดียว นวดราว 15นาที จนกระทั่งแป้งไม่จับตัวกันจนมีลักษณะเป็นก้อน แล้วนำไปกรองด้วยที่กรอง แบ่งแป้งเป็น 2ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย รวมทั้งถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมเข้าด้วยกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากัน จัดแจงไว้ ทำชั้นที่ 1

โดยเทส่วนประกอบสีขาว (เทส่วนประกอบทุกชั้นโดยประมาณ 1/3ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งราว 5 นาที เปิดฝา เทส่วนประกอบสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งราวๆ 5นาที ทำอีกครั้งยกตัวอย่างเช่นเดิม สลับชั้นกันกระทั่งหมดแป้ง จะได้ราวๆ 9-10 ชั้น โดยชั้นท้ายที่สุด ให้นึ่งราว 7นาที ชูออกมาจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งเอาไว้จนถึงเย็นสนิท (ราวๆ 3 ชั่วโมง) นำของหวานออกมาจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนของหวานเป็นชิ้นๆจัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ เมนูขนมไทยในถ้วย