วันอาทิตย์, เมษายน 14, 2024

เมนูขนมไทยในถ้วย สีสดใส ทำง่ายหวานหอมชื่นใจ สะดวกในการหากินง่าย

เมนูขนมไทยในถ้วย วันนีมาทำความรู้จัก และมีความเป็นมาอย่างไร

เมนูขนมไทยในถ้วย สำหรับขนมไทยก็เป็นอีกหนึ่ง เอกลักษณ์ที่โด่งดังไปทั่วโลก และยังสะท้อนถึงความเป็นไทย อยู่ในทุกอณูที่ใครได้ทาน ก็ต้องหลงรัก ด้วยความที่ขนมไทย จะมีสีสันสวยงาม ผ่านกระบวนการทำขนมที่ประณีตอ่อนช้อย

สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของคนทำ ขนมส่วนใหญ่จะมีรสชาติหวานเย็นชื่นใจ ช่วยดับความร้อนและลดกระหายได้เป็นอย่างดี นอกจากความอร่อยแล้วขนมไทย ยังมีอีกหนึ่งเอกลักษณ์ เมนูของหวานไทยโบราณ คือการใช้น้ำลอยดอกมะลิ หรือดอกกระดังงาที่มีกลิ่นหอมสดชื่น

ช่วยเพิ่มความอร่อยของขนมได้เป็นอย่างดี และช่วยกลบกลิ่นของวัตถุดิบบางชนิดได้อีกด้วย และขนมที่นำมาฝากในวันนี้มีตั้งแต่ ประเภทที่สามารถทำได้ง่าย ๆ และพบเห็นได้ทั่วไป ไปจนถึงขนมมงคลโบราณ

ย้อนไปในสมัยอยุธยาตอนปลาย นางมารี กีมาร์ ได้แต่งงานกับ คอนสแตนติน ฟอลคอน ขุนนางชาวกรีกคนหนึ่ง ซึ่งหลังจากแต่งงานแล้วนางมารี กีมาร์ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าห้องเครื่องต้นวิเสท ( ครัวอาหารหวาน ) และได้รับตำแหน่ง ท้าวทองกีบม้า 

ขณะที่ทำงานเป็นหัวหน้าห้องเครื่อง นางมารี กีมาร์ ก็ได้นำขนมโปรตุเกสหลากหลายชนิด มาดัดแปลงโดยใช้วัตถุดิบ ที่สามารถหาได้ง่ายในเมืองไทย รวมทั้งประดิษฐ์ขนมขึ้นมามากมาย ของหวาน ที่ขายดี จนเป็นที่ชื่นชอบมาจนถึงทุกวันนี้

ไม่ว่าจะเป็นทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, ขนมหม้อแกง, ขนมสัมปันนี, ขนมผิง, ลูกชุบ หรือขนมทองม้วน เป็นต้น ถือได้ว่าท้าวทองกีบม้า เป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญ ที่ทำให้ขนมไทยมีชื่อเสียง และเป็นที่นิยมมากในสมัยนั้น และเรามักจะนึกถึงเธออยู่เสมอ เมื่อพูดถึงขนมไทย fun88

เมนูขนมไทยในถ้วย
เมนูขนมไทยในถ้วย

ทับทิมกรอบ เมนูขนมไทยในถ้วย หวานมันกรอบ อร่อยชื่นใจ

เมนูทับทิมกรอบ ที่ทั้งหน้าตาสวยงามและมีรสชาติอร่อยจับใจ เมนูนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความกรอบ ของแห้วและสีสันจากธรรมชาติ อย่างดอกอัญชันและใบเตย โดยจะได้เป็นสีฟ้าและสีเขียว ของทับทิมกรอบจะตัดกับน้ำกะทิสีขาวนวล

เพิ่มความเย็นสดชื่นด้วยน้ำแข็งบด ในส่วนของรสชาติจะมีรสหวานเย็นชื่นใจ ผสมผสานกับรสชาติเค็มอ่อนๆ ของน้ำกะทิและหอมกลิ่นควันเทียน อบอวลอยู่ในปาก เป็นอีกหนึ่งเมนูคลายร้อน ที่เหมาะกับเมืองไทยมากๆ

ทั้งนี้สามารถใช้สีจากน้ำหวาน ในการทำทับทิมกรอบก็ได้เช่นกัน เมนูของหวานง่ายๆ ทําเอง อย่างสีแดงและสีเขียวก็ใช้น้ำหวานเฮลบลูบอย เป็นตัวช่วนในการเพิ่มสีสันที่สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

วัตถุดิบทับทิมกรอบ 1. แห้วดิบปอกเปลือก ( ที่หาซื้อแห้วไม่ได้สามารถเปลี่ยนเป็นแอปเปิ้ลได้ ) 2. น้ำดอกอัญชันเข้มข้น 3. น้ำใบเตยเข้มข้น 4. น้ำหวานเฮลบลูบอย สีต่าง ๆ 5. แป้งมันสำปะหลัง 6. เกลือป่น 7. กะทิอบควันเทียน 8. น้ำสะอาด 9. น้ำเชื่อม 10. น้ำแข็ง

วิธีทำทับทิมกรอบ  ก่อนอื่นเราจะเทน้ำสะอาดลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ระหว่างรอน้ำเดือดก็หยิบแห้วมาหั่น ให้เป็นชิ้นขนาดตามต้องการ แบ่งใส่ถ้วยแยกไว้เพื่อย้อมสี นำน้ำใบเตย, น้ำอัญชัน และน้ำหวานสีแดง ลงคลุกแห้วที่แยกไว้

และคลุกเคล้าจนแห้วติดสีจนทั่ว หลังจากแห้วติดสีดีแล้ว นำแป้งมันลงคลุกจนเคลือบแห้วมิดเลย ใส่ลงไปเยอะๆได้เลย เตรียมแห้วเสร็จน้ำก็เดือดได้ที่พอดี นำแห้วใส่ตะแกรงแล้วร่อน เอาแห้งส่วนเกินออกสักหน่อย สูตรขนมถ้วย

จากนั้นนำลงต้มในน้ำเดือดจัด รอสักครู่หนึ่งแล้วค่อยใช้ทัพพีคน ให้แห้วแยกตัวออกจากกัน ให้หมั่นสังเกตแห้วที่ลอยขึ้นมาจะมีสีใสขึ้น แปลว่าสุกแล้วตักทับทิมกรอบออกมา เมนูของหวานไทยง่ายๆ แช่ในน้ำเชื่อมเพื่อหยุดความร้อน

น้ำเชื่อมไม่ต้องเข้มข้นมาก หลังจากตักออกมาจนหมดแล้ว หันมาเทน้ำกะทิใส่หม้อ ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ใส่น้ำเชื่อมลงไปอีกหน่อยแล้วคนผสม ให้เกลือละลายนำขึ้นตั้งไฟ ให้พอร้อนแล้วยกลงจากนั้นตักทับทิมกรอบ ใส่ภาชนะราดด้วยน้ำกะทิและปิดท้าย ด้วยน้ำแข็งเสร็จเรียบร้อยพร้อมรับประทาน

แกงบวชฟักทองเมนูขนมไทยในถ้วย ที่ทุกคนต่างรู้จัก

แกงบวชฟักทอง ฟักทองที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นำมาต้มกับน้ำกะทิหวานๆ เป็น ขนมไทย ที่อร่อย สามารถกินได้ทุกฤดูกาล เคล็ดลับการทำแกงบวดฟักทอง คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ 

ส่วนผสมสำหรับทำกล้วยบวดฟักทอง 1. ฟักทอง 1 จาน ปลอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 2. หางกะทิ 1 ถ้วย 3. หัวกะทิ 1 ถ้วย 4. เม็ดสาคู 1 ถ้วย 5. น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต้ะ 6. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ 7. เกลือ 1 ช้อนโต้ะ 8. ใบเตย 3 ใบ

วิธีทำแกงบวดฟักทอง นำเม็ดสาคูไปแช่น้ำให้สาคูอิ่มน้ำ จากนั้นนำเม็ดสาคูลงไปต้มให้สุกก่อน และนำมาแช่น้ำเย็นพักเอาไว้ก่อน เตรียมน้ำกะทิ โดยนำหัวกะทิ ใบเตย และหางกะทิ ของหวานกะทิ ลงไปต้มให้ร้อน

จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย  และเกลือลงไปปิดไฟ และปล่อยให้น้ำตาลละลาย จากนั้นพักเอาไว้ก่อน ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำฟักทองลงไปต้ม ต้มให้ฟักทองสุกได้ที่ ก็นำมาพักให้เย็น นำน้ำกระทิปรุงรสอุ่นให้ร้อน ใส่สาคูต้มและฟักทองลงไป ต้มให้ร้อนโดยไม่ต้องคลน เมื่อแกงบวดร้อนได้ที่ ให้ปิดไฟเสริฟใส่ถ้วย พร้อมรับประทานได้

กล้วยบวชชี น้ำกะทิขาวนวล หอมหวานมันกำลังดี

กล้วยบวชชีติดอยู่ในลำดับต้นๆ ของเมนูของหวานยอดฮิตอย่างแน่นอน แต่ถึงแม้จะเป็นเมนูบ้านๆ ก็ใช่ว่าทุกคนจะทำแล้วอร่อย ของแบบนี้มันมีเคล็ดลับอยู่นะ และทริคที่หลายคน พยายามถามกันมาบ่อยๆก็คือ เรื่องของกะทิสีขาวนวล ไม่ออกเทาหรือม่วง

ส่วนประกอบ 1. กล้วยน้ำว้า 1 หวี ( 12-14 ลูก ) 2. น้ำสะอาด 5 ถ้วยตวง 3. หัวกะทิเข้มข้น 2+1/2 ถ้วยตวง 4. น้ำตาลทรายขาว 1+1/2 ถ้วยตวง (ชอบหวานใส่เพิ่มตามใจชอบ) 5. เกลือแกง 2 ช้อนชา 6. ใบเตยแก่ 4 ใบ

วิธีทำ ก่อนอื่นให้ล้างกล้วยทั้งเปลือกให้สะอาดก่อน ค่อยปอกเปลือก ล้างยางออกให้หมด กล้วยลูกใหญ่หั่น 2 ซีกตามยาว ตัดครึ่งลูกอีกครั้งให้ได้ 4 ชิ้น พักรอไว้ ( กล้วยนิ่มมากให้ผ่าเป็นชิ้นแล้วเอาลงแช่น้ำปูนใสก่อนประมาณ 30-40 นาที )

ใช้น้ำตาล 2 ชนิด คือน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลโตนด ( หากไม่มีน้ำตาลโตนดก็ใช้น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลมะพร้าว ) เทน้ำสะอาดใส่ในหม้อ หรือกระทะทองเหลือง ใส่น้ำตาลทราย ( ใส่น้ำตาลทราย 1 ถ้วย ผสมกับน้ำตาลโตนดอีก 1/2 ถ้วย )

ใส่เกลือป่น( เม็ดหยาบ ) ขยำ ๆ ใบเตยให้ใบแตกแล้วมัดรวมกันใส่ลงไปด้วย จากนั้นยกหม้อหรือกระทะขึ้นตั้งเตา เปิดไฟแรง ตั้งจนน้ำเชื่อมเดือด ค่อยลดไฟลงเล็กน้อย แล้วใส่กล้วยที่หั่นเตรียมไว้ลงไปต้มต่อ น้ำกะทิ เมนู ของหวาน ไทย ( ต้มกล้วยนานประมาณ 8 – 10 นาที )

ลองตักชิ้นกล้วยขึ้นมาดู ให้ผิวกล้วยสุกใสและเนื้อนุ่มนิ่มสุกดีก่อน ค่อยเทหัวกะทิลงไปแล้วคนเร็วๆ ต้องคนตลอด อย่าให้กะทิจับตัวเป็นก้อน หลังจากเทกะทิลงไปแล้ว จะหยุดต้ม หรือจะต้มต่อ เอาตามที่ชอบได้เลย

ถ้ากล้วยยังไม่สุกให้ต้มต่อจนกว่าจะสุก ( ได้กล้วยตามที่บอกไม่ต้องกลัวเละ ) อย่าลืมใส่ใบเตยลงไปต้มด้วย ใบเตยเป็นเอกลักษณ์ที่คู่ควรกับขนมไทย แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ หรือถ้ามีกลิ่นใบเตย ( ชนิดแต่งกลิ่น ) ก็ใส่ลงไปลองชิมรสชาติก่อน ถ้าชอบหวานกว่านี้ก็เพิ่มน้ำตาลทราย รอให้กะทิเดือดอีกครั้ง ปิดไฟเตาได้ เป็นอันเสร็จการทำกล้วยบวชชี  ( อย่าต้มนานจนกะทิแตกมัน )

เมนูขนมไทยในถ้วย ขนมถ้วย หวานมันเค็ม ความอร่อยที่ลงตัว

มนูขนมไทยในถ้วยที่กินมาตั้งแต่เด็กอย่างเมนูขนมถ้วยสูตรนี้ตัวขนมสีธรรมชาติ ใครจะใส่น้ำใบเตยให้เป็นสีเขียวก็ตามชอบ หยอดใส่ถ้วยตะไลเล็กหรือถ้วยตะไลใหญ่ก็ได้ ส่วนผสม หน้าขนมถ้วย 1. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย 2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย 3. เกลือป่น 1 ช้อนชา 4. หัวกะทิ 2 ถ้วย

ส่วนผสม ตัวขนมถ้วย 1. แป้งข้าวเจ้า 3/4 ถ้วย 2. น้ำตาลปี๊บ 230 กรัม 3. แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย 4. แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ 5. น้ำลอยดอกมะลิ 1+1/4 ถ้วย ( หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ ) 5. หางกะทิ 1/2 ถ้วย

วิธีทำขนมถ้วย ทำหน้าขนมโดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย เกลือป่น และหัวกะทิเข้าด้วยกัน ใช้มือขยำส่วนผสมจนเข้ากันและไม่เป็นเม็ด จากนั้นนำไปกรองผ่านตะแกรง เตรียมไว้ ทำตัวขนมโดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลปี๊บ แป้งมันสำปะหลัง แป้งท้าวยายม่อม น้ำลอยดอกมะลิ และหางกะทิเข้าด้วยกัน

ใช้มือขยำส่วนผสมจนเข้ากัน จนน้ำตาลปี๊บละลายหมด จากนั้นนำไปกรองผ่านตะแกรง เตรียมไว้ นำถ้วยขนมไปนึ่งประมาณ 5 นาที ( ป้องกันไม่ให้ขนมติดถ้วย ) เทส่วนผสมตัวขนมลงไปในถ้วย ของหวานกะทิง่ายๆ ( ให้เกินครึ่งถ้วยเล็กน้อย )

จากนั้นปิดฝานึ่งประมาณ 5 นาที พอครบเวลา ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที เทส่วนผสมหน้ากะทิลงไปจนเต็มถ้วย นำไปนึ่งต่ออีกประมาณ 6-7 นาทีจนขนมสุก ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นประมาณ 10 นาที ค่อยๆใช้ไม้พายหรือไม้ไอศกรีมแช่น้ำ แคะขนมออกจากถ้วย จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ