วันอังคาร, เมษายน 13, 2021

ที่มาของลูกชุบ มารู้จักที่มาที่ไป ของขนมไทยสุดแสนอร่อย พร้อมกับ วิธีทำง่ายด้วยตัวคุณเอง

ที่มาของลูกชุบ มารู้จักที่มาที่ไป ของขนมไทยสุดแสนอร่อย พร้อมกับ วิธีทำง่ายด้วยตัวคุณเอง

ที่มาของลูกชุบ มาร่วมศึกษาประวัติความเป็นมาของขนมไทย ที่มาที่ไปของลูกชุบ ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และมีแหล่งมาจากไหน

ที่มาของลูกชุบ เคยสงสัยกันไหมว่า ขนมไทยที่รูปลักษณ์เหมือนผลไม้ มันแวววาวแต่ พอลองกัดชิมเข้าไปกับ เป็นไส้หวานๆไม่ใช่ รสชาติสัมผัสของผลำม้ ที่เรารับประทานกัน แล้วเคยอยากทราบกันไหมคะ? ว่าขนมไทยที่เรากินกันตั้งแต่เด็ก และเวลาเดินผ่านร้านที่ขาย จนต้องขอแม่ให้ซื้อให้ทุกทีนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง วันนี้เลย จะมาหาคำตอบว่า ตัวขนมที่ชื่อว่า “ลูกชุบ” หลากหลายสีและ รูปร่างเหมือนผลไม้ต่างๆนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร

เพราะหาก ให้พูดถึงขนมไทยสมัยก่อน ที่ยังมีขายในปัจจุบันและ ยังเป็นที่ชื่นชอบอยู่ตลอด คงหนีไม่พ้นต้องมี รายชื่อลูกชุบ อยู่แน่นอน ทั้งยังเป็นของว่าง ทานในเวลาว่างๆ หรือ เป็นของฝากให้ญาติผู้ใหญ่ หรือเป็นของโปรดสำหรับเหล่า เด็กๆที่ชื่นชอบของน่ารักๆ และรสชาติหวานนั่นเอง คงต้องนึกสงสัยว่า เจ้าลูกชุบเนี่ย มีที่มาที่ไปอย่างไรกันบ้าง หรือหากสนใจ อยากทำเอง ในเวลาที่เกิดอยากกินกระทันหัน และหาซื้อไม่ได้ต้องทำแบบไหน วันนี้ไปดูกันว่า มีอะไรบ้าง

 ประวัติและที่มาของขนมไทยที่ยอดนิยม อย่างลูกชุบ

 ลูกชุบ ขนมไทยมีความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่มีสีสันสวยงามหน้าตาน่ารับประทานสุดๆ และมีรสชาติหวานหอมอร่อยมากเช่นกัน ขนมลูกชุบนั้นทำมาจากถั่วเขียวกวน ปั้นเป็นรูปต่างๆ เช่น ผลไม้ ส้ม มะม่วง มังคุด ฯลฯ สีสันสวยงาม

หรือจะนำมาประยุกต์ทำเป็นของหวานอื่นๆก็ได้ เช่น วุ้นลูกชุบ ตกแต่งหน้าเค้กก็น่ารับประทานยิ่ง และนอกจากรับประทานเป็นของหวานแล้ว เรายังมอบให้เป็นของฝากหรือมอบในวันเทศกาลต่างๆได้อีกด้วย @vvip123

แต่ซึ่งแท้จริงแล้วตัวขนมที่ชื่อว่า “ลูกชุบ” นั้นมิได้เป็นของไทยแท้มาแต่ดั้งเดิม หากเป็นขนมประจำถิ่นโปตุเกส ซึ่งแพร่หลายเข้ามา สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ถ้าเป็นขนมของโปรตุเกสนั้น เขาจะใช้เม็ดแอลมอลด์ เป็นส่วนผสมสำคัญ แต่ในประเทศไทยเราไม่มี จึงใช้เป็นถั่วเขียว แทน และอีกจากข้อมูลกล่าวว่าลูกชุบ แบบชาววัง

แต่เดิมไม่ได้ทำจากถั่วกวน แต่ทำจากเนื้อในของเมล็ดแตงโม กระเทาะทีละเมล็ด เอามาป่นให้ละเอียด ก่อนนำมากวน แล้วจึงปั้นเป็นรูปผัก หรือผลไม้ต่าง ๆ ขนาดพอคำ ผู้คิดค้นเป็นคนแรกคือ ท่านผู้หญิง เปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ส่วนผู้คิดเติมสีธรรมชาติให้ลูกชุบมีสีสันสวยงามเหมือนจริงคือ ม.ล. เติบ ชุมสาย ณ อยุธยา

ขนมไทยเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในสมัยอยุธยา ดังปรากฎข้อความในจดหมายเหตุหลายฉบับ บางฉบับกล่าวถึง “ย่านป่าขนม” หรือตลาดขนม บางฉบับกล่าวถึง “บ้านหม้อ” ที่มีการปั้นหม้อ และรวมไปถึงกระทะ ขนมเบื้อง เตาและรังขนมครก แสดงให้เห็นว่าขนมครกและขนมเบื้องนั้น คงจะแพร่หลายมากจนถึงขนาดมีการปั้นเตาและกระทะขาย บางฉบับกล่าวถึงขนมชะมด ขนมกงเกวียนหรือขนมกง ขนมครก ขนมเบื้อง ขนมลอดช่อง

ขนมไทยแท้ๆ นั้น จากการศึกษาพบว่า ส่วนประกอบหลักของขนมไทยมักหนีไม่พ้นของสามสิ่ง คือ แป้ง น้ำตาล และ มะพร้าว นำมาคลุกเคล้าผสมผสาน ดัดแปลงตามสัดส่วนที่เหมาะสมด้วยวิธีต่างๆ เช่น นึ่ง ต้ม ทอด จี่ ผิง ก็จะได้ขนมไทยมากมายหลายชนิด ประวัติลูกชุบ ภาษาอังกฤษ

คนไทยสมัยโบราณไม่ได้กินขนมทุกวัน หากแต่จะได้กินก็ต่อเมื่อมีงานนักขัตฤกษ์ หรืองานบุญสำคัญเท่านั้น ขนมไทยที่มักพบกันบ่อยที่กินกับน้ำกะทิ และทำเลี้ยงแขกเสมอ คือ ขนมสี่ถ้วย ซึ่งหมายถึง ไข่กบ (เม็ดแมงลัก) นกปล่อย (ลอดช่อง) มะลิลอย (บัวลอย) และอ้ายตื้อ (ข้าวเหนียวน้ำวุ้น) ส่วนขนมอื่นๆ มักใช้ในงานมงคลต่างๆ เช่น ขนมชั้น ขนมจ่ามงกุฎ ขนมกง ขนมสามเกลอ ขนมปุยฝ้าย เป็นต้น ฯลฯ

ในงาน “นิทรรศการขนมนานาชาติ” ซึ่งจัดโดยภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2541 ได้จำแนกกลุ่มขนมหวานของไทยที่ได้รับอิทธิพลจาก วัฒนธรรมโปรตุเกส คือ ทองหยิบ ฝอยทอง ทองหยอด บ้าบิ่น ลูกชุบ ขนมผิง ทองม้วน ขนมหม้อแกง ขนมไข่กะหรี่ปั๊บ เอกสารที่เกี่ยวข้องลูกชุบ

มีหลักฐานพบว่า ในโปรตุเกส ขนมที่ชื่อ ตรูซูช ดาช กัลดัช (Trouxos das caldas) คือ ต้นตำรับของขนม ทองหยิบ และขนม Fios de Ovos คือ ขนมฝอยทอง ส่วนขนม เกลชาดาซ เดอ กรูอิงบรา (Queijadas de Coimbra) เป็นต้นตำรับ ขนมบ้าบิ่น ของไทย ซึ่งใช้เนยแข็ง แต่ในบ้านเราใช้มะพร้าวแทน

สำหรับ ลูกชุบ เป็นขนมประจำถิ่นโปรตุเกส แพร่หลายมาถึงย่านเมดิเตอร์เรเนียนแถบฝรั่งเศสตอนใต้ เพราะอยู่ใกล้บ้าน เช่น เมืองนีซ เมืองคานส์ ก็มีขนมลูกชุบมากมายทั้งเมือง ลูกชุบในภาษาโปรตุเกส ลูกชุบ รสชาติ

เรียกว่า Massapa’es เป็นขนมประจำถิ่นของ แคว้นอัลการ์วิ (Aigaeve) โดยโปรตุเกสใช้เม็ด อัลมอนด์ เป็นส่วนผสมสำคัญ แต่บ้านเราไม่มี จึงต้องคิดด้วยการใช้ ถั่วเขียว แทน เนื่องจากขนมโปรตุเกสจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้ความชำนาญพิเศษ จึงจะได้ขนมหวานที่รสชาติดีออกมาสีสันสวยงาย

ดังนั้น แม้ทุกวันนี้ ขนมฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ยังเป็นขนมยอดฝีมือที่ผู้ทำต้องมีความชำนาญ และได้รับการยกย่อง หากทำขนมประเภทนี้ได้รสชาติดี สวยงาม ประณีต

ที่มาของลูกชุบ ที่มาของลูกชุบ ที่มาของลูกชุบ

วิธีทำเองแบบง่ายๆ มีขั้นตอนดังนี้

ส่วนผสม :

เครื่องปรุง

  • ถั่วเขียวนึ่งสุกบดละเอียด 1 กิโลกรัม, น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง, หัวกะทิ (มะพร้าว 400 กรัม) 1 ถ้วยตวง, สีผสมอาหารสีต่างๆ

ส่วนที่ชุบ

  • วุ้นผง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำ 2 1 /2 ถ้วยตวง, น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. ผสมถั่วบด น้ำตาลทราย กะทิ เข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟ
  2. กวนด้วยไฟอ่อนๆ จนล่อนจับกันไม่ติดกระทะ
  3. พักถั่วกวนไว้ให้เย็น นำมาปั้นเป็นรูปผลไม้ต่างๆตามต้องการ เสียบไม้ไว้
  4. ใช้พู่กันจุ่มสีระบายลงบนขนมที่ปั้น โดยระบายเลียนแบบของจริง ทิ้งไว้ให้แห้งจึงนำไปชุบวุ้น
  5. ผสมวุ้นกับน้ำยกขึ้นตั้งไฟ ให้ละลายก่อนจึงใส่น้ำตาลทราย เคี่ยววุ้นจนข้น
  6. เอาขนมที่ปั้นแล้วเสียบไม้ ลงชุบวุ้นครั้งเดียวให้ทั่ว ทิ้งไว้จนแห้งแล้วชุบอีก ทำเช่นนี้ประมาณ 3- 4 ครั้ง จะชุบแต่ละครั้งต้องให้เย็น วุ้นแข็งตัวก่อนทุกครั้ง
  7. เมื่อวุ้นแข็งจึงเอาไม้เสียบออก ตกแต่งด้วยก้านและใบให้สวยงาม ลูก ชุบ wiki