วันพฤหัสบดี, เมษายน 18, 2024

ขนมหม้อแกง ขนมกุมภมาศ ขนมที่มีรสชาติกลมกล่อมและได้รับความนิยม

ขนมหม้อแกง ขนมกุมภมาศ เมนูขนมหม้อแกง หอมหวานมัน มีประวัติความเป็นมามาอย่างยาวนาน

ขนมหม้อแกง ขนมกุมภมาศ และนี้ คือ เป็นขนมไทยโบราณ ที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว ถือได้ว่าเก่าแก่มากๆ เป็นขนมที่ใช้ไข่ แป้ง และกะทิเป็นส่วนประกอบสำคัญ และยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ขนมหม้อแกง มีชื่อเดิมว่าขนมกุมภมาศ หรือ ขนมหม้อทอง เป็นขนมที่ชาวต่างประเทศ ที่ย้ายมาอาศัยในประเทศไทย ในสมัยแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์ คือ คุณท้าวทองกลีบม้า หรือมารี นั้นเอง และทำให้ได้แพร่หลาย ในประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน

ขนมหม้อแกง ฟังเป็นชื่อไทย แต่ความเป็นจริงแล้ว เป็นขนมที่ได้ตำรามาจากฝรั่ง กล่าวคือเป็นขนมที่มีมาตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีชื่อที่เรียกกัน แต่เดิมนั้นเรียกว่า ขนมกุมภมาศ หรือ ขนมหม้อทองนั้นเอง มีส่วนผสมหลัก คือถั่วเขียวบด ละเอียด น้ำตาลโตนด กะทิ แป้งข้าวเจ้า และไข่ขาว ส่วนกรรมวิธีการทำนั้น ทำโดยนำไข่ขาว และกะทิผสมกัน

แล้วนำใบตอง ฉีกฝอยขยำลงไป ในไข่ขาว กับกะทิให้เข้ากัน เติมแป้งข้าวเจ้า และถั่วเขียว แล้วเติมน้ำตาลโตนด จนกระทั่งความหวานเป็นที่พอใจ จึงเทใส่ หม้อทองเหลือง หรือหม้อทองคำ นำไปผิงไฟอ่อน ๆ ซึ่งจะต้องใช้ ผู้ที่มีความชำนาญมาก และคอยเฝ้าอยู่ตลอดเวลา เมื่อได้ที่แล้วจึงโรยหน้า ด้วยหอมเจียว หม้อแกงไข่ เพชรบุรี

ขนมหม้อแกง ได้รับความนิยม อย่างมาก และเป็นที่ชมชอบ จากชนชั้นสูงภายในวัง ต่อมาเมื่อลูกมือ ในบ้านของท้าวทองกีบม้า ได้แต่งงาน ก็ได้นำสูตร และวิธีการทำขนมหม้อแกง ออกมาถ่ายทอด ทำให้ชาวบ้าน คนธรรมดา ได้มีโอกาสรู้จักกับขนมหม้อแกง มากยิ่งขึ้น และทำให้ชาวบ้าน ได้รู้วิธีกระบวนการทำ ขนมหม้อแกง นั้นเอง

ขนมหม้อแกง ขนมกุมภมาศ สร้างอาชีพกับขนมหม้อแกงได้ สายหวานไม่ควรพลาด

ขนมหม้อแกงนั้น มีหลายคนคงคิด ว่าทำไมต้องเป็นขนม ที่ขนานนามว่า เป็นของดีเมืองเพชรบุรี ไปเที่ยวทีไร ต้องหิ้วกับมาเป็นของฝาก ทุกทีไป ในปี ปีพ.ศ. 2529 ที่จังหวัด เพรชรบุรี ได้มีการบูรณะ พระนครคีรี ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้น ทำขนมหม้อแกง ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ออกมาวางจำหน่าย

ทำให้ขนมหม้อแกงนั้น เป็นขนมที่ขึ้นชื่อ ของจังหวัดเพชรบุรี ทันทีเลย ขนมหม้อแกงสมัยก่อน จะทำกินกันเฉพาะ ในงานสำคัญเท่านั้น เช่น งานบวช งานแต่งงาน หรืองานเลี้ยงต่างๆ ซึ่งขนมหม้อแกงนั้น จะถูกอบในเตาถ่าน ที่จะมีวิธีการทำ แบบใช้สังกะสี มาคลุมบนถาดขนม แล้วใช้ถ่านหรือกาบมะพร้าวจุดไฟ แล้วเกลี่ยให้ทั่วสังกะสี

ขนมหม้อแกงที่ถูกอบ จะได้รับความร้อน ทั้งด้านบน และด้านล่าง ทำให้หน้าของขนมหม้อแกง มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลทอง แต่ปัจจุบันนี้ อาจมีวิธีการอบ ที่แตกต่างออกไป ด้วยเทคโนโลยี และความทันสมัย แต่วิธีข้างต้น ถือเป็นวิธีการอบ อันดับแรกๆ ของการทำหม้อแกงเลยก็ว่าได้

การผิงขนมในสมัยก่อน จะต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญ และจะต้องคอยเฝ้าดู การผิงตลอดเวลา ถ้าผิงนาน ขนมจะแข็ง กระด้าง ไม่อร่อยหรืออาจไหม้ แล้วโรยด้วยหัวหอมเจียว ให้มีกลิ่นชวนกิน i1bet89 Casino

หม้อแกง ไข่ เนื้อเนียน กีมาร์ เป็นผู้สอนให้คนไทยทำ มีการสันนิษฐานว่า ลูกหลานของคนเมืองเพชร ซึ่งอยู่ในความอุปการะ ของคุณท้าวทองกีบม้า นำมาประดิษฐ์ประดอย ปรุงแต่งกับน้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลปึกเมืองเพชร จึงทำให้อร่อยกว่าที่อื่น

ขนมหม้อแกง

ขนมหม้อแกง ขนมกุมภมาศ มาพร้อมสูตรทำขนมหม้อแกงเพื่อสร้างรายได้

ปัจจุบันนี้ ขนมหม้อแกงทำจากมะพร้าวขูด น้ำตาลโตนด ไข่เป็ด หัวหอมแดง น้ำมัน ซึ่งเรียกว่า ขนมหม้อแกงไข่ ถ้ามีส่วนผสมของลูกบัว นึ่งสุกบดละเอียด จะเรียก ขนมหม้อแกงลูกบัว ถ้าใส่ถั่วเขียว เลาะเปลือกนึ่งสุกบดเรียก ขนมหม้อแกงถั่ว การทำขนมหม้อแกง เริ่มต้น ด้วยการนำมะพร้าวขูด คั้นเป็นกะทิข้น ๆ ใส่น้ำตาลโตนด ต่อด้วยไข่ใส่ลงไป

แล้วใช้ใบตองสด ฉีกฝอยขยำส่วนผสม ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อให้ขนมมีความหอม กรองแล้วผสม กับถั่วเขียวนึ่ง เสร็จแล้วนำไปกวนจนข้น แล้วค่อยใส่แม่พิมพ์ อบจนสุก สุดท้ายโรยด้วย หอมเจียว อย่างเช่นการทำ หม้อแกงถั่ว ถั่วเขียวนึ่งบดละเอียด 200 กรัม ไข่เป็ด ขนาดใหญ่ 5 ฟอง ใบเตย น้ำตาลปี๊บ 250 กรัม สูตรแม่สลิ่มใช้ 280 กรัม หัวกะทิ 400 กรัม หอมแดงซอย 50 กรัม หรือมากน้อยตามชอบ น้ำมันพืช

เจียวหอมแดง โดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตามด้วยหอมแดง พอเป็นสีเหลือง ก็ตักขึ้นได้เลย หรือเอาไปกรองน้ำมัน ออกก็ง่ายดี ตอกไข่ลงในชาม นำใบเตยที่ล้างแล้ว ทำความสะอาดอย่างดี แล้วใส่ลงไป ขยำใบเตยจนไข่ขึ้นฟู ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป ขยำให้เข้ากันดี ขนมเกาหลี

เติมหัวกะทิ ขยำอีกรอบให้เข้ากัน นำไปกรอง อาจจะกรองด้วยผ้าขาวบาง 1 รอบก็ได้ แต่ในสูตรกรองด้วยกระชอน 1 รอบ และกรองด้วยผ้าขาวบางอีก 1 รอบ หลังกรองเสร็จ ก็ใส่ถั่วเขียว นึ่งและบดลงไป ใช้มือขยำหรือวน ๆ คน ๆ ให้ถั่วไม่เป็นก้อน นำกระทะไปตั้งไฟ ใส่น้ำมันหอมเจียว 3 ช้อนโต๊ะ

เพื่อให้ขนมหม้อแกง มีกลิ่นหอม และชูรสชาติให้อร่อย มากยิ่งขึ้น ใส่ส่วนผสมขนมลงไปกวน กวนไม่นานนะคะ ประมาณ 5 นาที หรือจนขนมข้นขึ้น พอเนื้อเข้ากันก็ยกลงเทใส่พิมพ์ เคาะให้หน้าขนมเรียบเสมอกัน เตรียมอบ

หม้อแกงถั่ว นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ถึง 200 องศาเซลเซียส นาน 40 นาที พอสุกแล้วเอาออกจากเตา พักให้เย็น ตัดหม้อแกงให้เป็นชิ้นสวยงาม โรยหอมเจียว พร้อมเสิร์ฟ

เป็นขนมไทยที่ไม่ควรพลาดกับขนมหม้อแกงและหาซื้อได้ง่ายในปัจจุบัน

ปิดท้ายกันด้วยวิธีทำหม้อแกงไข่ ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เหมาะกับคนชอบกินไข่เน้นๆ ไม่มีเผือก ไม่มีถั่วมาผสม มีความหอมของใบเตยและหอมเจียวโรยหน้า จะใช้วัตถุดิบ หอมแดงซอย 12 หัว น้ำมันพืช ไข่เป็ด 8 ฟอง เกลือป่น 1/2 ช้อนชา กะทิ 500 กรัม แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง ใบเตย 6 ใบ

เจียวหอมแดง โดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตามด้วยหอมแดง พอเป็นสีเหลืองก็ตักขึ้น ส่วนน้ำมันตักใส่ถ้วย ต่อมาตอกไข่ใส่ชาม ใส่เกลือป่น ตีไข่ให้ขึ้นฟู ผสมไข่ กะทิ แป้ง น้ำตาลโตนด และใบเตย ขยำ ๆ ให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย นำส่วนผสมที่ได้ไปกรองผ้าขาวบาง หม้อแกงไข่ ไมโครเวฟ

ใช้น้ำมันที่เหลือจากการเจียว หอมมาทาพิมพ์ให้ทั่ว เทส่วนผสมที่กรองแล้วใส่ถาด นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 30 นาที หรือจนสุก ทาหน้าขนมด้วยน้ำมันที่เจียวหอมและโรยหน้าด้วยหอมเจียว ตัดเป็นชิ้นเสิร์ฟ

ขนมหม้อแกงเป็นขนม ที่นิยมบริโภคของคนไทย แหล่งผลิตขนมหม้อแกง ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย คือ จังหวัดเพชรบุรี ขนมหม้อแกงที่ดี ต้องมีความหอม รสชาติหวานมัน เนื้อนุ่มเนียน ผิวหน้าเป็นสีน้ำตาลค่อนข้างเรียบ